Mortal Thoughts (1991)

เกี่ยวกับหญิงสาว 2 คนที่เป็นเพื่อนกัน และวันหนึ่งเธอถูกผู้ชายพยายามทำมิดีมิร้าย จึงป้องกันตัวทำให้ผู้ชายคนนั้นตาย เธอกลัวมากและด้วยความที่ห่วงว่าตำรวจจะไม่เชื่อและจับพวกเธอเป็นผู้ต้องสงสัย จึงจัดการเก็บศพและปกปิดหลักฐานบางอย่างไว้อย่างมิดชิด และเมื่อมีใครบางคนรู้ พวกเธอจึงเริ่มระแวงกันเอง….

หนังช่วงแรกๆดีนะครับ เล่าเรื่องแบบย้อนอดีตโดยใช้คำพูดจากผู้ต้องสงสัย ส่วนดนตรีนั้นถือว่าใช้ได้ครับ ติดตรงที่ว่าบางช่วงมันหนักไปหน่อย เหมือนหนังสยองขวัญยังไงยังงั้น มุมกล้องแย่ครับ ไม่รู้ว่าจะตั้งใจให้ระแวงหรือสยองขวัญขนาดไหน โดยเอาฉากที่ไม่สมควรที่จะระแวงมาใช้ในฉากทำให้ดูไม่เข้ากับหนังบวกกับดนตรีหนังสยองขวัญมาผสม และเน้นดวงตาของผู้เล่าเป็นหลักเหมือนกับว่าจะบอกอะไรได้ ช่วงแรกๆพอถูไถไปได้ครับ ก็ดูน่าติดตามในระดับหนึ่ง แต่พอมาช่วงท้าย มันล่มไปกันเกือบทั้งหนังเลย เพราะบทสรุปที่ดูง่ายเกินไป ซึ่งบางคนก็อาจจะเดาตอนจบได้ตั้งแต่ตอนเริ่ม และบทที่ดูยังไม่ค่อยลงตัวและสมเหตุสมผลเท่าไหร่ ที่พอจบแบบหักมุม(นิดหน่อย) แล้วก็จะมีคำถามตามมาเพียบ ซึ่งสรุปง่ายๆว่ามีบทที่เกือบดี เพียงแต่ทำให้ดูสมจริงสมจัง และอุดช่องโหว่อีกหน่อยก็จะดีขึ้นอีกมาก

เอาเป็นว่าดูพอเพลินๆ ระทึกอย่างเดียวไม่ต้องไปหวังหักมุมเยอะๆอะไรก็แล้วกันนะครับ แถมจะว่าไป หนังเรื่องนี้ออกเป็นแนว ฟิล์ม-นัวร์นะครับ

ไม่ถึงกับแย่มาก แต่ก็ไม่ดีเท่าไหร่

3/5

Thunderball (1965) ธันเดอร์บอลล์ 007

แนว แอ๊คชั่น สืบสวน

เขากลับมาอีกแล้วครับครั้งที่ 5 คงยังไม่เบื่อนะครับ มาภาคละปี ภาคนี้ก็ยังคงเหมือนครับ อยู่ที่องค์กร SPECTRE ที่ขู่ว่าจะนำหัวนิวเคลียร์ไปถล่มสถานที่ต่างๆ แล้วทางการก็ต้องจ่ายเงินมา 007 ของเราก็ต้องลงไปจัดการสิครับ มีเวลาไม่มากแล้วด้วย

เรื่องนี้เด่นที่สุดเห็นจะเป็นฉากการต่อสู้ใต้น้ำครับ ผมดูไม่ค่อยชัดนะครับ (เป็นแผ่นแบบต้นฉบับหนังโค-ต-รเก่ามากๆ) ฉากใต้น้ำก็เลยดูมืดๆหน่อย แต่โดยรวมก็ทำออกมาได้ดีครับ ผกก. Terence Young จาก 2 ภาคแรกมากำกับอีกครั้ง

ภาคนี้ต้องดูดีๆหน่อยนะครับ ไม่เป็นอาจเป็นเหมือนผมคือ ดูไม่รู้เรื่อง ก็ตัวละครมันเยอะมากเลยนี่ครับ เดี๋ยวก็มีผู้หญิงคนนู้นคนนี้ทำให้เสียสมาธิ แถมของวิเศษก็เริ่มจะโอเวอร์มากขึ้นมานิดแล้วครับ เนื้อเรื่องก็เดิมๆ ไม่ค่อยเข้มข้นเท่าไหร่ ดูเอามันส์ๆกับฉากใต้น้ำเสียวๆก็พอแล้วล่ะครับ

3/5

Goldfinger (1964) จอมมฤตยู 007

มาถึงชุดที่ 3 กับหนังเจมส์ บอนด์อีกแล้วนะครับ

ไตเติ้ลกับดนตรีนี่ก็ยังเป็นจุดเด่นเช่นเคยโดยเฉพาะไตเติ้ลในตอนต้น สงสัยจริงๆว่าคนเขาคิดไปได้ยังไง สร้างสรรค์สุดๆ เล่นกับแสงแบบนี้

ในภาคนี้ยังคงวนเวียนอยู่กับผู้หญิง เอ้ย การสืบเรื่องราว (แต่สงสัยว่าทำไมภาคนี้ใช้ผู้หญิงเปลืองจังเลย )ก็คือบอนด์ได้รับงานมอบหมายจาก M แล้วก็ไปหยอกกับมิสมันนี่พันนี่ี่ (Lois Maxwel) ส่วนงานที่ได้รับมอบหมายในครั้งนี้ก็คือให้ไปสืบเรื่องของ ออริก โกลด์ฟิงเกอร์ (Gert Fröbe) นักสะสมทองตัวยง(ดูจากนามสกุลก็รู้)ที่จะหวังจะรวยทางลัดโดยการไปเอาระเบิดรังสีใส่ที่ธนาคารเก็บทองคำของอเมริกา ระหว่างนั้นที่โดนจับก็ได้พบกับสาวบอนด์ชื่อ พุซซี่ กาลอร์ (Honor Blackman) นักบินที่ทำงานให้กับโกลด์ฟิงเกอร์ โดยได้รับคำสั่งทีหลังว่าให้ยั่วยวนบอนด์

คงจะไม่พูดอะไรมากนะครับ สรุปว่าภาคนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรอ่ะครับ เหมือนๆภาคที่แล้ว ถ้าใครชอบภาคก่อนๆก็น่าจะชอบภาคนี้อยู่พอสมควรนะครับ ส่วนตัวผมว่ายังเฉยๆกับหนังซีรีย์เรื่องนี้นะครับ (เพิ่งได้ดูเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 3 แล้ว เรียงมาจากเรื่องแรก) อาจจะเป็นเพราะดูแบบติดๆขัดๆด้วยและไม่ได้เป็นคอหนังแนวแอ็คชั่นสักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าภาคนี้ดูมันส์กว่าภาคที่ผ่านมาหน่อยหนึงครับ จะเข้มข้นตอนฉากท้ายๆ ก่อนที่ภาคอื่นๆจะมีสิ่งวิเศษมากมายจนแทบจะไม่ต้องใช้ความสามารถของบอนด์เลย (!?)

3/5

1408 (2007) ห้องสุสานแตก

หนังสร้างจากเรื่องสั้นชื่อเดียวกันของ Stephen King โดนเรื่อง 1408 เล่าถึงนักเขียนเรื่องผี Mike Enslin ที่เปลี่ยนตนเองเป็นนักเขียนเรื่องภูติผี ผู้ซึ่งไม่เคยเชื่อสิ่งใดนอกจากตนเอง พยายามไปทุกที่ที่มีเรื่องเกี่ยวกับภูติผีหรือเรื่องเหนือธรรมชาติ

จนวันหนึ่งเขาได้รับโปสการ์ดใบหนึ่งที่เขียนว่า “อย่าเข้าห้อง 1408″ จากโรงแรม Dolphin และเขาคิดว่ามันคงเป็นการโปรโมตโรงแรมเล่นๆ เขาจึงลองเข้าพักโรงแรมนี้ แต่เมื่อเขาโทรไปก็ได้รับการปฎิเสธ จนกระทั่งเข้าห้องพักสำเสร็จ โดยในห้องนี้มีคนการตายมาแล้วหลายศพทั้งแบบฆ่าตัวตาย และการตายแบบผิดปกติ

หนังไม่ใช่แบบแนวสยองขวัญ แต่ออกไปทางหลอนจิต/กดดันมากกว่า ทำให้คนที่อยากมาดูหนังที่แหวะๆเลือดสาดกองพื้นผีออกมาหลอกหลอนเป็นๆ อาจจะผิดหวังได้ การเล่าเรื่องออกมาได้ดี หนังเล่นกับความทรงจำในอดีตที่หลอกหลอนและไม่อาจลบเลือนกลับไปได้ แม้ในตอนหลังจะมีการหักมุมไปมาแต่ถ้าดูดีๆ ตั้งใจดูจนจบก็จะรู้เรื่องและไม่งง

ส่วนนักแสดงแต่ละคนเล่นได้ดี ตั้งแต่ John Cusack ที่เป็นตัวละครที่เก็บกดและในช่วงหลังแสดงถึงความสับสน เครียด กดดัน กับความทรงจำในอดีตและพยายามที่จะหาทางออกจากห้องให้ได้ กับ Samuel L. Jackson ในบทเจ้าของโรงแรม ที่ถึงแม้จะออกมานิดเดียวแต่ก็ทรงพลังและคุ้มค่า

หนังเล่นกับตัวเลข 13 มากมาย ตั้งแต่เลขห้อง 1408 เมื่อบวกตัวเลขโดดๆแต่ละตัวจะเท่ากับ 13 การตายครั้งแรกในห้องนี้ก็เกิดขึ้นในปี 1912 (1+9+1+2 = 13) โรงแรมตั้งอยู่เลขที่ 2245 (2+2+4+5 = 13) รวมไปถึงห้องที่ตั้งอยู่บนชั้น 13 แต่สับหลอกข้ามไปชั้น 14 เลย (ที่จริงเป็นชั้น 13 แต่เหตุผลด้านความเชื่อตามทางโรงแรมจึงใช้ตัวเลขข้ามไปเป็น 14 เลย)

3/5

ปล. หนังเข้าใจใส่ เพลง We’ve Only Just Begun ของ The Carpenters ที่เหมาะกับช่วงเวลาพอดี เหมือนจะเป็นการเสียดสีหน่อยๆ ขยิบตา