Day Watch: Dnevnoy dozor (2006) สงครามพิฆาตมารครองโลก

หนังภาคต่อของ Night Watch ที่สร้างจากหนังสือจตุรภาค แต่จริงๆแล้วตัวเนื้อเรื่องภาคนี้คือเนื้อเรื่องในหนังสือเล่มแรก (Night Watch แทนที่จะเป็น Day Watch หนังสือเล่มสอง)ต่างหาก

ภาคนี้เล่าอย่างเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมโดยไม่มีการเล่าเรื่องย้อนอดีตมากมายให้เสียเวลา เริ่มต้นที่ว่าในโลกนี้ ยังมีชอล์ลิขีตชะตากรรมอยู่แท่งหนึ่ง โดยผู้ครอบครองจะสามารถเขียนชะตากรรมอะไรก็ได้ตามที่ตนอยากให้เป็น และมีการหาชอล์กแท่งหนึ่งกันอย่างยาวนาน

หนังตัดกลับมาที่โลกปัจจุบันโดยเริ่มที่ อันตอน (Konstantin Khabensky) ผู้พิทักษ์ด้านมืดอยู่กับผู้หญิงที่เป็นพนักงานฝึกหัดอย่าง สเว็ทลานา (Mariya Poroshina) และหลังจากได้รับการแจ้งว่ามีผู้ถูกทำร้ายโดยการกระทำของฝ่ายอธรรม และทั้งสองก็ได้ตามคนร้ายไป และหลังจากได้เข้ามิติที่สองของกลูม(มิติอีกโลกที่เหมือนโลกของเรา) ก็พบว่าคนร้ายที่เขาปล่อยไปนั้นคือลูกของเขาเอง ด้วยเหตุการณ์เล็กๆแค่นี้ แต่ส่งผลกระทบอย่างยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมา

ไม่ต้องคิดถึงความสมจริงมากนะครับ ว่าทำไมคนนี้คนนั้นมีพลังพิเศษเยอะจัง ให้เรามองว่าเป็นโลกอีกโลกหนึงของหนังไปเลย จะได้ดูสนุกยิ่งขึ้นครับ ไม่ต้องมาคอยจับผิดพลังพิเศษของคนไม่ธรรมดาเหล่านี้

ส่วนตัวผมคิดว่าภาคนี้ดีกว่าภาคแรกนะครับ ภาคแรกก็ปูทางมาดีอยู่แล้ว ทำให้ภาคสองดูดีขึ้นครับ และภาคสองนี้มันมีฉากตื่นตาตื่นใจมากมายครับ และมีหลายประเด็นเรื่องไม่เหมือนภาคที่แล้ว ผมมองว่าภาคแรกนั้นมีเรื่องแค่นิดเดียวเหมือนแค่ปูทาง แต่ภาคสองคือสุดๆแห่งฉากตระการตาและความมันส์ครับ

4.5/5

ปล. แนะนำให้ดูภาคแรกด้วยนะครับ เพื่อความมันส์

Night Watch: Nochnoy dozor (2004) สงครามเจ้ารัตติกาล

หนังแฟนตาซีแหวกแนวเรื่องนี้มีทุนสร้างถึง 4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และดัดแปลงมาจากนิยายจตุรภาค (ภาคสุดท้ายฉบับภาษาอังกฤษ วางแผงเดือนตุลาคมปีนี้) ของ เซอร์เก ลุกยานเนโก [Sergei Lukyanenko] กลายเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์เรื่องใหญ่เรื่องแรกของประเทศ (ภายหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต) และกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดของประเทศ (ในขณะนั้น) และไปเตะตาฝั่งฮอลลีวู้ดเข้า จนบริษัท Fox Searchlight ซื้อสิทธิ์ไปฉายในอเมริกาเลยทีเดียว

หนังเริ่มขึ้นเมื่อ กีเซอร์ อมนุษย์ฝ่ายธรรม กับ ซาวูรอน อมนุษย์ฝ่ายอธรรม มาเจอกัน ทั้งสองฝ่ายต่างก็สู้รบกันอย่างดุเดือด แต่แล้วเมื่อต่างฝ่ายต่างนองเลือดมากขึ้น กีเซอร์จึงสั่งให้ทั้งสองฝ่ายหยุดรบ และทำตกลงเจรจาพักรบกันชั่วคราว โดยพวกฝ่ายธรรมก็จะเป็นผู้พิทักษ์ตอนกลางคืนและคอยตรวจสอบพวกอธรรม ส่วนพวกอธรรมก็จะคอยตรวจสอบอีกฝ่ายเช่นกัน

หลังจากนั้นเรื่องย้อนกลับมาในกรุงมอสโควปี 1992 กล่าวถึงชายหนุ่มคนหนึ่งที่ไปหาหมอผีเพื่อที่จะให้แฟนหญิงของเขากลับมารักเขาดั่งเดิม แต่ก็โดนหมอผีหลอกว่าต้องกำจัดลูกของเธอไปก่อน เพราะนั่นไม่ใช่ลูกของเขา และพอทำพิธีการได้สักพัก ก็มีกลุ่ม Night Watch หรือผู้พิทักษ์กลางคืน (ต่อจากนี้จะขอเรียกว่าพวก NW) ก็เข้ามาและจับหมอผีผู้นี้ไม่ให้ทำพิธีกรรมนี้ได้สำเร็จ

12 ปีต่อมา ชายหนุ่มคนนั้นซึ่งก็คือ อันตอน (Konstantin Khabensky) ก็ได้เข้าร่วมกับกลุ่มของ NW หลังจากคืนหนึ่ง เขาได้รับแจ้งจากพวกเดียวกันว่า มีเด็กชายคนหนึ่งถูกล่อลวงโดยแวมไพร์คู่รัก อันตอนจึงช่วยเด็กและบังเอิญพลั้งมือฆ่าคนของด้านมืดตายไป ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดสัญญาพักรบช่วยคราวที่มีการตกลงกันไว้เมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว ทำให้เขาถูกตามล่าจากพวกด้านมืด และเด็กคนนี้ก็ยังมีความสำคัญต่อโลกทั้งโลกเลยทีเดียว

ใครที่ได้ดูช่วงแรกๆแล้วเกิดงงๆ ขอบอกไว้ว่า พยายามอย่าเอาความเป็นจริงมายึดติด ให้คิดว่าเรื่องนี้เล่าถึงโลกใหม่อีกด้านหนึ่ง พยายามจำและเก็บรายละเอียดในเรื่องให้ได้ เพราะหนังจะไม่มีการปูทางมากมายนักเหมือนหนังฮอลลีวู้ดเรื่องอื่นๆ

หนังเรื่องนี้เด่นทางด้านซีจีมากๆ ฉากแปรงร่าง ฉากอีกาดำ ฉากน็อต ฉากคำสาบ หรือเรื่ององค์ประกอบรายละเอียดอื่นๆก็ทำได้ไม่แพ้กัน จนดูจบแล้วคุณจะต้องไม่เชื่อเลยว่านี่เป็นหนังรัสเซียจริงๆ แถมหนังยังแฝงข้อคิดด้วยว่า เมื่อเราทำอะไรอย่างหนึ่งไปแล้ว เราเป็นคนที่เลือกเอง ทำเอง ด้วยความคิดของเราเอง แม้หลังจากนั้นต่อมาจะกลายเป็นสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบทั้งหมด แต่นั่นก็คือสิ่งที่เราตัดสินใจในตอนนั้นเอง ไม่ใช่หรือ?

3.5/5