The Mist (2007) มฤตยูหมอกกินมนุษย์

“ความกลัวคือสิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกแยก”

หากจะบอกว่าคำพูดข้างต้นนี้มีทั้งจริงและไม่จริงคือ

– ความกลัวเป็นสิ่งที่นำไปสู่ความไม่ไว้วางใจ ขาดสติ และเริ่มสงสัยคนใกล้ชิด เริ่มเชื่อ คล้อยตามกลุ่มคนบางพวก ไม่ได้ใช้เหตุผลจริงๆในการคิด อาจทำให้เกิดเหตุร้ายแรงขึ้นไ้ด้ ฯลฯ

– แต่ความกลัว อาจทำให้คนอีกคนรู้ตัวทันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เลวร้าย ทำให้คนหลงละเมอรู้สึกตัว ฯลฯ

และในหนังเรื่องนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความกลัวทั้งสองอย่างเช่นกัน

The Mist คือหนังที่สร้างจากเรื่องสั้นของ Stephen King จากหนังสือรวมเรื่องสั้น Skeleton Crew เรื่องของเมืองๆหนึ่งซึ่งหลังจากมีพายุมาถล่มเมืองจนทำให้ เดวิด เดรย์ตัน (Thomas Jane) นักจิตรกรวาดรูปโปสเตอร์หนังต้องออกมาซื้อของกับลูก เพื่อตุนเสบียงอาหารไว้ แต่และแล้วหลังจากนั้นไม่นาน ก็มีกลุ่มหมอกควันหนากลุ่มหนึ่งคืบคลานมาในเมือง และซุปเปอร์มาร์เกตที่คนหลายคนซื้อของอยู่รวมทั้งเดวิดด้วย

หลังจากมีคนๆหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาในซุปเปอร์มาร์เกต พร้อมกับการบาดเจ็บ และบอกว่ามีสัตว์ประหลาดอยู่ข้างนอกนั่น ประกอบกับการตายของคนที่อยู่ในร้านหลังจากออกไป นั่นทำให้คนหลายๆคนเริ่มกลัว และเริ่มคิดว่าที่ๆพวกเขาอยู่นั้นเริ่มไม่ปลอดภัยซะแล้ว

แต่แล้วก็มีหญิงคลั่งศาสนาที่นำแสดงโดย Marcia Gay Harden ลุกขึ้นมาและพูดว่านี่คือประสงค์ของพระเจ้า การที่เราไปทำผิดไว้เยอะ และพระเจ้าก็เลยต้องการ”เลือด” ฯลฯ เพราะความกลัว ทำให้กลุ่มคนที่ตอนแรกไม่ค่อยเชื่อนัก เริ่มหลงสติคิดเห็นตามเธอไปด้วย และเริ่มต่อต้านกลุ่มคนที่อยู่ข้างเดียวกับพระเอก โดยการสังเวย “เลือด”

Frank Darabont ก็ยังเล่นเรื่องเกี่ยวกับศาสนาคริสต์อีกแหละครับ (หรือ Stephen King หว่า?) เหมือนเรื่องที่เขาเคยกำกับ The Green Mile (1999) กับ The Shawshank Redemption (1994) หลังจากหนังเรื่องนี้เป็นหนังสยองขวัญเรื่องแรกที่เขาหยิบนิยายของ Stephen King มาทำ พัฒนาการผมว่ายังกลางๆมากสำหรับเขา แต่สำหรับหนังสยองขวัญ(ปนดราม่า)เรื่องนี้ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเลยทีเดียว

สัตว์ประหลาดที่อยู่ภายนอกซุปเปอร์มาร์เกตนั้นอาจจะไม่ใช่ใครแต่เป็น “ตัวเรา”เอง การอยู่ร่วมกันของคนกลุ่มๆหนึ่งที่มาจากพื้นฐานต่างกัน พื้นเพ ประเพณี ความเชื่อ ที่ต่างกัน แถมอยู่ร่วมกันเพราะ “ความกลัว” อีก อาจทำให้คนเราขาดสติ พร้อมที่จะทำทุกอย่างแม้แต่การฆ่าคน และเริ่มอ้างความผิดว่าเป็นประสงค์ของ “พระผู้เป็นเจ้า” ทำให้คนเริ่มแตกออกเป็น 2 กลุ่มโดยสิ้นเชิง ถึงแม้ “พระผู้เป็นเจ้า”จะไม่ได้ช่วยอะไรพวกเขาเลย และดูเหมือน “พระผู้เป็นเจ้า” อยากจะฆ่าคนเสียเหลือเกิน??

ส่วนตอนจบที่คนว่ากันไว้เยอะนั้น ผมชอบครับ แม้มันจะให้ความรู้สึกที่ยังไม่จบ แต่การตัดสินใจตอนนั้น เวลานั้น ช่วงนั้น ถ้าเป็นผมคิด ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอย่างไร

4/5 ครับ

Advertisements
Tagged , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

Advertisements
%d bloggers like this: